3 ข้อ ความแตกต่างของไวน์ Robert Mondavi โฉมใหม่และเก่า

3 ข้อ ความแตกต่างของไวน์ Robert Mondavi โฉมใหม่และเก่า

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการดื่มไวน์ ทั้งมือใหม่ มือเก่า คงรู้จักกับไวน์ Robert Mondavi กันดีซึ่งเป็นไวน์ยอดนิยมในบ้านเรา ด้วยการที่ไวน์ทำมาดื่มง่ายเข้าถึงได้ไม่ยาก ในทุกๆรุ่น เป็นไวน์ที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดและขึ้นอันดับยอดนิยมแทนไวน์อย่าง bin 2

แต่ไม่นานนี้ Robert Mondavi ในรุ่น Private Selection ได้มีการปรับโฉมใหม่เป็นยังไง Toszyhouse มาเล่าให้ฟัง

ไวน์ Robert Mondavi Private Selection รุ่นยอดนิยมนั้นมีหลายรุ่น
วันนี้ขอยกรุ่น Robert Mondavi Private Selection Bourbon Barrel-Aged Cabernet Sauvignon มาเปรียบเทียบให้ดู

1.ฉลากที่เปลี่ยนไป

3 ข้อ ความแตกต่างของไวน์ Robert Mondavi โฉมใหม่และเก่า
  • ฉลากโฉมเก่าจะมีแค่ Robert Mondavi Private Selection Bourbon Barrel Aged Cabernet Sauvignon โดยคำว่า Bourbon Barrel-Aged ไม่ได้โดดเด่นอะไร เน้นสีแดงคำว่า Cabernet Sauvignon ซึ่งเป็นชื่องุ่น
  • ฉลากโฉมใหม่เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า Robert Mondavi Private Selection Vint Bourbon Barrel-Aged Cabernet Sauvignon มีการเพิ่มคำว่า Vint เข้ามา และเน้นตัวแดง Aged in Bourbon Barrel ซึ่งก็หมายความว่าเอาองุ่นมาหมักในถังเหล้า Bourbon นั้นเอง

2.จุกขวดที่เปลี่ยนไป

3 ข้อ ความแตกต่างของไวน์ Robert Mondavi โฉมใหม่และเก่า
  • ฉลากเก่าใช้จุกคอร์กในการปิด ซึ่งทำให้ไวน์ดูมีราคามากกว่า
  • ฉลากใหม่เปลี่ยนมาใช้ฝาเกลียว อาจจะดูไม่มีราคาเท่าจุกคอร์กแต่ส่งผลในเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะปัจจุบันมีการตัดต้นใหม่ใช้ไม้คอร์กจำนวนมาก การเปลี่ยนมาใช้ฝาเกลียวก็เป็นการช่วยโลกได้ ข้อดีของฝาเกลียวเปิดง่าย สามารถเก็บไวน์ได้นานกว่าจุกคอร์ก

3.สีของขวด

3 ข้อ ความแตกต่างของไวน์ Robert Mondavi โฉมใหม่และเก่า
  • ขวดโฉมเก่า เป็นขวดสีเขียว เป็นสีคลาสสิคนิยมในการผลิตขวดยุคเก่าตั้งแต่สมัยยุคสงคราม ข้อดีคือการผลิตต้นทุนถูก และดูสวยมีราคา แต่ข้อเสียของขวดสีเขียวกรองแสงไม่สู้สีชานั้นเอง
  • ขวดโฉมใหม่ เปลี่ยนมาเป็นสีชา ซึ่งเรื่องสีก็มีผลต่อเรื่องการป้องกันแสง โดยสีน้ำตาลจะกรองแสงได้ดีกว่าสีเขียว แต่ความสวยอาจลดลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนชอบ

มาถึงตรงนี้ก็คงได้ทราบข้อแตกต่างของไวน์ความแตกต่างระหว่าง Robert Mondavi Private Selection โฉมใหม่และเก่าไปแล้ว
ส่วนในเรื่องของรสชาติก็คงจะต้องอยู่ที่ตัวของบุคคลซึ่งจะต้องไปลองกันเอง

บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาโฆษณาหรือขายแต่อย่างใดเป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น

บทความแนะนำ

ไวน์แดงหนึ่งแก้วมีแคลอรี่เท่าไร

ไขข้อสงสัย ไวน์แดงหนึ่งแก้วมีแคลอรี่เท่าไร

ดื่มไวน์แล้วไม่อ้วนแต่อาจจะยังไม่รู้ว่าในแก้วไวน์แดงที่เราดื่มแก้วนั้นมีปริมาณแคลอรี่ต่อแก้วเท่าไร เรามาดูปริมาณแคลอรี่ต่อแก้วกัน แคลอรี่หลักๆของไวน์แดงที่ดื่มนั้นมาจากไหนกัน? แคลอรี่ในไวน์นั้นมาจากหลักมากจาก ถ้าอยากจะรู้ว่าแคลอรี่ในไวน์นั้นมาขนาดไหน ดูง่ายๆเลยจาก %ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ระบุไว้ในฉลากที่ขวด ยิ่ง%ปริมาณแอลกอฮอล์เยอะแคลอรี่ยิ่งสูงตามเท่านั้น ตัวอย่างเช่น รินไวน์ใส่แก้ว 175ml หรือ 6 ounce ปริมาณแคลอรี่ไม่ได้ตายตัว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย Toszy house ไปหาข้อมูลอ้างอิงตาม USDA สรุปได้ว่าสำหรับไวน์แดงทั่วไปดื่มบนโต๊ะอาหารแบบ dry wine นั้น ส่วนใหญ่จะมีปริมาณ%แอลกอฮอล์อยู่ที่

5 อาหารไทยจับคู่กับไวน์เคล็ดลับสุดเพอร์เฟค

อาหารไทยจับคู่กับไวน์ ปลุกความอร่อยให้มื้ออาหารไทยของคุณด้วยไวน์คู่ใจที่ใช่! อาหารไทยกับไวน์ อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่เข้มข้นและจัดจ้าน หลายคนจึงอาจคิดว่าไวน์เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มคู่กับอาหารฝรั่งเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ไวน์สามารถจับคู่กับอาหารไทยได้อย่างลงตัวเช่นกัน เพียงแค่เลือกไวน์ให้เหมาะสมกับรสชาติของอาหาร ก็จะทำให้มื้ออาหารของคุณมีรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น ไวน์ที่ใช้องุ่นต่อไปนี้ลองไปจับคู่อาหารไทยเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้คุณดู!!! เคล็ดลับการจับคู่ไวน์กับอาหารไทยให้ปังยิ่งขึ้น นอกจากการเลือกไวน์ให้เหมาะสมกับรสชาติของอาหารแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่จะช่วยให้คุณจับคู่ไวน์กับอาหารไทยได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น ดังนี้ และนี้ก็เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ที่ Toszy house มาแนะนำในการจับคู่ไวน์กับอาหารไทย มื้ออาหารไทยของคุณจะเต็มไปด้วยความอร่อยและประสบการณ์รสชาติใหม่ๆ อย่ากลัวที่จะทดลอง เปิดใจกว้าง แล้วคุณจะค้นพบความลงตัวที่ไม่คาดคิด! Share

ทำความรู้จักกับ ไวน์ออร์แกนิค คืออะไร

ทำความรู้จักกับ ไวน์ออร์แกนิค คืออะไร

ไวน์มีมากหมายหลายประเภทวันนี้ Toszy house จะพามาทำความรู้จักกับ ไวน์ออร์แกนิค คืออะไร ที่มาและทำไมถึงเรียกไวน์ออร์แกนิค ไวน์ออร์แกนิค คืออะไร ไวน์ออร์แกนิค (Organic wine) คือผลผลิตที่เกิดจากองุ่นปราศจากสารพิษโดยการปลูกองุ่นจะไม่มีการเติมแต่งสารเคมีเข้าไปตั้งแต่ขบวนการผลิตไวน์จะมีการหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไข่ขาว นม หรือน้ำผึ้ง ไวน์เหล่านี้จะสามารถระบุไว้ในฉลากว่าเป็นวีแกน หรือ มังสวิรัติ ได้อีกด้วย ความแตกต่างระหว่างไวน์ออร์แกนิคกับไวน์ธรรมดาทั่วไป คือ * การทำไวน์แบบทั่วไปนั้นสามารถทำให้เกิดมลพิษในน้ำ

เหล้า Single Malt คือ

เหล้า Single Malt คืออะไร?

ในโลกของวิสกี้อันกว้างใหญ่ Single Malt เปรียบเสมือนเพชรน้ำงามที่ครองใจนักดื่มมาอย่างยาวนาน ด้วยเอกลักษณ์แห่งรสชาติอันซับซ้อน และกลิ่นหอมต่างๆอันซับซ้อน และเรื่องราวเบื้องหลังที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ Toszy house จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Single Malt Whisky กัน เจาะลึกความหมายของ Single Malt: เอกลักษณ์จากโรงกลั่นเดียว หัวใจสำคัญของ Single Malt คือ “ความเป็นหนึ่ง” ทั้งในแง่ของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต

สวัสดีปีใหม่! พร้อมที่จะเฉลิมฉลองค่ำคืนสุดพิเศษนี้ด้วยไวน์แก้วโปรดของคุณแล้วหรือยัง? หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะยกระดับการเฉลิมฉลองปีใหม่ของคุณไปอีกขั้น การจัดปาร์ตี้ไวน์ปีใหม่อาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ!

เราจะพาคุณไปรู้จักเคล็ดลับการจัดปาร์ตี้เลือกไวน์ที่ใช่ ที่จะทำให้งานของคุณสนุกสนาน เพลิดเพลิน และอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขตลอดค่ำคืน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักประวัติศาสตร์อันรื่นรมย์ของปาร์ตี้ไวน์ในวันปีใหม่ ปาร์ตี้ไวน์ปีใหม่ไม่ได้เพิ่งกำเนิดขึ้นเมื่อวาน ประเพณีนี้แท้จริงแล้วสืบสานมาช้านาน ย้อนกลับไปถึงสมัยโรมันโบราณ เหล่าโรมันในยุคนั้นมีเทศกาลที่เรียกว่า “บัตชาเนเลีย” (Bacchanalia) ซึ่งอุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งไวน์ Bacchus เทศกาลนี้เต็มไปด้วยเสียงดนตรี เสียงหัวเราะ และแน่นอน ไวน์ชั้นเลิศ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความบันเทิงเริงรมย์ ปลดปล่อยความกังวล และเฉลิมฉลองวาระโอกาสพิเศษ และแม้ว่าบัตชาเนเลียจะไม่ได้จัดเฉพาะช่วงปีใหม่ แต่ประเพณีการดื่มไวน์เพื่อเฉลิมฉลองยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ในยุคกลาง ไวน์กลายเป็นเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูง และมักถูกนำมาเสิร์ฟในงานเลี้ยงสังสรรค์ของราชวงศ์

บรั่นดี คืออะไร

บรั่นดี คืออะไร

เคยสงสัยไหมว่า บรั่นดี (brandy) คืออะไรและมีที่มาอย่างไร? วันนี้ Toszy house จะมาไขข้อสงสัยให้ทุกท่านได้รู้เกี่ยวกับบรั่นดี บรั่นดี คือ สุรากลั่นชนิดหนึ่งเหมือนเหล้าทั่วๆไปนั้นละ แต่บรั่นดีเกิดจากการที่ที่นำ น้ำองุ่น หรือ น้ำผลไม้ ชนิดอื่นๆ มาผ่านกระบวนการหมักและกลั่น คำว่า “บรั่นดี” มีที่มาจากภาษา ดัตช์ ว่า “brandewijn” แปลว่า “ไวน์ที่ถูกเผา”